บทที่ 3 EP3 อย่ายุ่งกับคนของกู
“เมื่อคืนกูไม่ได้ป้องกันนะ”
จู่ๆ คนที่นั่งเงียบมาตลอดทางก็พูดโพล่งขึ้นมาทำลายความเงียบ กัญญาภัคหันขวับมามองหน้าด้านข้างของเขาด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้าง มือบางเผลอกำสายเข็มขัดนิรภัยแน่นจนข้อขาว
“กูเห็นถุงยางที่พื้น อย่ามาตอแหลกูนะพอร์ช”
“กูไม่ได้หลอก รอบสุดท้ายถุงยางมันหมด กูก็เลยขี้เกียจใส่แล้ว”
“ไอ้เหี้ยพอร์ช รู้ว่าถุงยางหมดก็ควรหยุดสิวะ มึงบ้าไปแล้วหรือไง ถ้าเกิดกูท้องขึ้นมาจะทำยังไงวะ มึงกับกูก็ยังเรียนไม่จบ มึงคิดบ้าอะไรอยู่”
หญิงสาวตะโกนใส่หน้าเขาด้วยความโมโหปนหวาดหวั่น ทว่าอีกฝ่ายกลับยังคงตีหน้าตายสายตามองตรงไปยังท้องถนนเบื้องหน้าอย่างไร้อารมณ์สะทกสะท้าน
“ใจเย็นดิวะ มึงก็กินยาคุมอยู่ไม่ใช่หรือไง จะกลัวอะไรนักหนา ถ้าแจ็กพอตแตกท้องขึ้นมาจริงๆ ก็แค่คลอดออกมาเลี้ยง ไม่เห็นยาก กูรวยพอจะเลี้ยงลูกเมียได้สบายไปทั้งชาติอยู่แล้ว”
คำพูดทีเล่นทีจริงของชายหนุ่มทำให้คนฟังหน้าร้อนผ่าวและชาวาบไปพร้อมกัน เธอไม่รู้ว่าเขาพูดจริงจากใจหรือแค่ต้องการกวนประสาทให้เธอสติแตก แต่ลึกๆ ในซอกหลืบของหัวใจกลับมีความหวังเล็กๆ ผุดขึ้นมาอย่างโง่เขลา หวังว่าสิ่งที่เขาพูดจะมีความจริงจังเจือปนอยู่บ้างสักนิด หวังว่าเขาจะอยากสร้างครอบครัวกับเธอจริงๆ ทว่ากัญญาภัคก็รีบปัดความคิดไร้สาระพวกนั้นทิ้งไปอย่างรวดเร็ว คนอย่างปรินทร์ไม่มีทางหยุดอยู่ที่ใคร เขาแค่พูดพล่อยๆ ไปตามประสาคนมักง่ายที่ไม่เคยต้องรับผิดชอบอะไรในชีวิต
“ประสาท ใครจะอยากมีลูกกับคนมักง่ายสับรางเก่งอย่างมึง จอดรถเดี๋ยวนี้เลย กูจะลงตรงนี้”
“เดี๋ยวกูเดินไปส่ง”
ปรินทร์ไม่สนใจคำขู่ เขาหักพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าตึกคณะนิเทศศาสตร์อย่างนิ่มนวล ชายหนุ่มปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วหันมามองหน้าเพื่อนรักด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเป็นจริงจังวูบหนึ่ง นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาไหวระริกของเธอ
“เย็นนี้กูมารับนะ อย่าหนีไปแรดที่ไหนล่ะ ถ้ากูโทรไปแล้วมึงไม่รับสาย มึงโดนดีแน่ควีน”
“ไม่ต้องมายุ่งกับกูได้ไหม ต่างคนต่างอยู่บ้างเถอะ กูรำคาญมึงจะตายอยู่แล้วเนี่ย ชีวิตกูก็ต้องมีเพื่อนมีสังคมของกูบ้างไหม”
กัญญาภัคบ่นพึมพำอย่างหัวเสียแต่ก็ยอมให้อีกฝ่ายเดินลงจากรถมาส่งอยู่ดี ทันทีที่ปลายเท้าแตะพื้นลานหน้าคณะ สายตาหลายสิบคู่ของนักศึกษาที่เดินขวักไขว่ก็จับจ้องมาที่ทั้งสองคนเป็นตาเดียว เสียงซุบซิบดังขึ้นอื้ออึงถึงความเหมาะสมและข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ของหนุ่มวิศวะสุดฮอตกับดาวนิเทศศาสตร์ที่ใครต่างก็สงสัย ปรินทร์ทำหน้าตึงดุดันใส่ทุกคนที่กล้ามองมา ราวกับหมาป่าที่กำลังประกาศศักดาว่าผู้หญิงข้างกายคนนี้เป็นสมบัติส่วนตัวที่ใครก็ห้ามแตะต้อง
ขณะที่หญิงสาวกำลังจะเดินแยกตัวออกไปเพื่อตัดความรำคาญจากสายตาสอดรู้สอดเห็น ก็มีรุ่นน้องผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งเดินถือแก้วชานมไข่มุกแบรนด์ดังเข้ามาหาด้วยท่าทางเขินอาย รุ่นน้องคนนั้นยื่นแก้วน้ำเย็นเฉียบให้เธอพร้อมกับรอยยิ้มหวานหยดเยิ้ม
“พี่ควีนครับ ผมซื้อมาฝาก ผมเห็นพี่ชอบกินร้านนี้ ผมขอไลน์พี่ควีนไว้คุยเรื่องงานรับน้องหน่อยได้ไหมครับ”
กัญญาภัคระบายยิ้มบางๆ และกำลังจะยื่นมือไปรับแก้วน้ำตามมารยาท ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วเรียวจะสัมผัสโดนหยดน้ำเย็นๆ ข้างแก้ว มือหนาของใครบางคนก็คว้าหมับเข้าที่คอเสื้อด้านหลังของรุ่นน้องผู้เคราะห์ร้ายคนนั้นจนตัวปลิวถอยหลังไปหลายก้าว แก้วชานมร่วงหล่นกระแทกพื้นจนน้ำสีชาสาดกระเซ็นเลอะเทอะ ปรินทร์ยืนทำหน้านิ่งถมึงทึง ดวงตาคมกริบวาวโรจน์จ้องมองรุ่นน้องคนนั้นราวกับมัจจุราชที่พร้อมจะกระชากวิญญาณ บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกและตึงเครียดขึ้นมาทันตาเห็น
“น้องครับ จะจีบใครกรุณาดูตาม้าตาเรือหน่อยนะ"
น้ำเสียงเย็นชาที่แฝงไปด้วยอำนาจคุกคาม ทำให้เด็กหนุ่มหน้าซีดเผือด ตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัวจนก้าวขาไม่ออก ปรินทร์แสยะยิ้มมุมปากที่ดูอันตรายและน่ากลัวมากกว่าน่ามอง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เพื่อนรักแสนสวยต้องยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก ราวกับถูกมนตร์สะกดให้ตรึงอยู่กับที่
“ถ้าไม่อยากเดือดร้อนจนไม่มีที่ยืนในมหาลัย อย่าเสือกมายุ่งกับคนของกู ไปให้พ้นหน้ากูเดี๋ยวนี้ แล้วจำใส่สมองไว้ว่าไม่ต้องสาระแนซื้ออะไรมาให้อีก เข้าใจความหมายภาษาไทยไหม”
พูดจบชายหนุ่มก็ผลักไหล่รุ่นน้องคนนั้นออกไปแรงๆ จนอีกฝ่ายแทบจะคลานหนีไป คนตัวโตหันกลับมามองหน้ายัยตัวแสบที่ยืนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง เขาไม่พูดอธิบายอะไรต่อ ทำเพียงแค่ยักคิ้วเข้มๆ ให้หนึ่งทีแล้วเดินล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ผิวปากกลับไปขึ้นรถสปอร์ต อย่างหน้าตาเฉย ทิ้งให้กัญญาภัคยืนแข็งทื่ออยู่ท่ามกลางสายตางุนงงและตกใจของคนทั้งคณะ
